วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สถานที่ท่องเทียวจังหวัด กำแพงเพชร



              nจังหวัดกำแพงเพชรเป็นที่ตั้งของเมืองเก่าที่ปรากฏหลักฐานในเนื้อหาประวัติศาสตร์ไทยไม่น้อยกว่า 700 ปี เมื่อครั้งอดีตเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณ เช่น เมืองชากังราว เมืองนครชุม โดยมีหลักฐานที่แสดงว่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญ คือ กำแพงเมือง คูเมือง ป้อมปราการ และวัดโบราณ ที่ยังคงสภาพอย่างสมบูรณ์ และกลายมาเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด อีกทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2534

“กำแพงเพชร” ทริปเด็ด กิน-เที่ยว แช่น้ำร้อน ชิมขนม ชมคนทำพระชวนทึ่ง

“รูปปั้นพระศิวะสำริด” พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร
       พอทราบประวัติความเป็นมาอย่างคร่าวๆ กันแล้ว ก่อนเริ่มต้นตะลอนเที่ยวก็ต้องไปสักการะ “ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร” กันก่อน โดยตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมือง เป็นศาลหลักเมืองที่มีความเก่าแก่อย่างมาก สันนิษฐานว่ามีอายุกว่า 700 ปี โดยเริ่มสร้างขึ้นสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 ซึ่งมีการบูรณะเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ศาลหลักเมืองแห่งนี้กลายมาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวกำแพงเพชรมาหลายชั่วอายุคน และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองกำแพงเพชร ที่เมื่อใครได้มาเยือนก็ต้องมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
“กำแพงเพชร” ทริปเด็ด กิน-เที่ยว แช่น้ำร้อน ชิมขนม ชมคนทำพระชวนทึ่ง

“วัดช้างรอบ” อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
       หลังสักการะศาลหลักเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคลกันแล้ว เราก็จะไปเที่ยวต่อกันที่ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร” พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง โดยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นที่รวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่ได้จากการบูรณะโบราณสถานต่างๆ ในเขตจังหวัดกำแพงเพชร โดยจัดแสดงโบราณวัตถุเป็นห้องๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษา เริ่มตั้งแต่ยุคเริ่มแรกจนถึงยุคปัจจุบัน ทำให้เราเข้าใจในเรื่องราวอันยาวนานได้อย่างง่ายดาย โดยมีไฮไลต์เด่นคือ “รูปปั้นพระศิวะสำริด” ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาและมีจารึกที่พระบาทของรูปปั้น ซึ่งใครแวะมาก็ต้องมามองที่พระบาทของรูปปั้นนี้ เพื่อลองอ่านอักษรที่จารึกไว้ ... แต่ก็ไม่มีใครสามารถอ่านออกนอกจากนักโบราณคดี
“กำแพงเพชร” ทริปเด็ด กิน-เที่ยว แช่น้ำร้อน ชิมขนม ชมคนทำพระชวนทึ่ง

“วัดพระสี่อิริยาบถ” อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
       หลังได้ศึกษาประวัติอันยาวนานกันมาแล้ว ก็ไม่ควรพลาดที่จะไปชมเหล่าโบราณสถานต่างๆ ที่มีอยู่อย่างมากมาย จนเป็นที่ชินตาของคนกำแพงเพชร แต่สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเราก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้อย่างมาก ที่ที่เราจะไปนั้นคือ “อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร” ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง ลักษณะของศิลปะและสถาปัตยกรรมในอุทยานแห่งนี้เป็นศิลปะแบบเดียวกับที่ปรากฏ ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และศรีสัชนาลัย ซึ่งทั้งสามอุทยานฯ ถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกร่วมกันจากยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2534

“กำแพงเพชร” ทริปเด็ด กิน-เที่ยว แช่น้ำร้อน ชิมขนม ชมคนทำพระชวนทึ่ง

แนวกำแพงเมืองเก่า
       โบราณสถานที่เราจะไปชมที่แรกในเขตอุทยานฯ คือ “วัดช้างรอบ” โดยเป็นโบราณสถานที่เป็นไฮไลต์เด่นในเขตอุทยานฯ แห่งนี้ วัดช้างรอบตั้งอยู่บนเนินสูงของอุทยานฯ โดยมีพระเจดีย์ใหญ่ตั้งอยู่กลางลานด้านบนที่มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม ที่ฐานลานเจดีย์เป็นรูปปั้นช้างครึ่งตัวเห็นแต่ 2 ขาหน้าหันศีรษะออกจากฐานรายรอบฐานลานเจดีย์ ซึ่งยังคงความงดงามเป็นอย่างมาก
     
       ถัดมาคือ “วัดพระสี่อิริยาบถ” ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจ สิ่งก่อสร้างสำคัญภายในวัดคือ วิหารที่สร้างบนฐานทักษิณขนาดใหญ่ ด้านหลังวิหารสร้างเป็นมณฑปทำหน้าที่เป็นเจดีย์ประธานของวัดลักษณะแบบจตุรมุขซึ่งทำเป็นมุมยื่นออกมาทั้ง 4 ด้าน ผนังแต่ละด้านของแท่งสี่เหลี่ยมก่อให้เว้าเข้าไปได้ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ กันคือ เดิน นั่ง ยืน นอน ปัจจุบันหลงเหลือเเต่พระยืนด้านทิศใต้ให้เราได้ชมความงดงาม ภายในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรแห่งนี้ยังมีโบราณสถานที่น่าสนใจที่มากมาย อาทิ วัดพระนอน, วัดอาวาสใหญ่, วัดพระสิงห์ ซึ่งแต่ละแห่งก็มีความงดงามอย่างมากให้เราได้ตะลอนเที่ยว

“กำแพงเพชร” ทริปเด็ด กิน-เที่ยว แช่น้ำร้อน ชิมขนม ชมคนทำพระชวนทึ่ง

“พระบรมธาตุเจดีย์” เมืองนครชุม
       หลังจากชมความยิ่งใหญ่ของโบราณสถานกันแล้ว เราก็จะข้ามฝั่งไปเที่ยวเมืองนครชุม ซึ่งตั้งอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำปิง ในระหว่างทางที่ไปนั้น ก็สามารถพบเห็นแนวกำแพงเมืองโบราณที่ยาวเหยียด โบราณสถานต่างๆ ตลอดเส้นทาง นับได้ว่าจังหวัดกำแพงเพชรนั้นร่ำรวยด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์จริงๆ สมกับเป็นเมืองสำคัญที่มีประวัติยาวนานกว่า 700 ปี ... และหากใครที่อยากจะแวะชมหรือถ่ายรูปเพื่อเป็นที่ระลึกก็สามารถทำได้
     
       หลังชมโบราณสถานระหว่างทางและข้ามฝั่งแม่น้ำปิงกันมาแล้ว ก็จะมาถึงเขตเมืองนครชุม ซึ่งจะตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ในเขตอำเภอเมือง เมืองนครชุมแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งเมืองประวัติศาสตร์ในเขตจังหวัดกำแพงเพชร โดยสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของฝั่งนี้ ก็คงจะหนีไม่พ้น “วัดพระบรมธาตุเจดียาราม” ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “พระบรมธาตุเจดีย์” เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองนครชุมที่ใครๆได้มาเยือนก็ต้องมาสักการะและขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
“กำแพงเพชร” ทริปเด็ด กิน-เที่ยว แช่น้ำร้อน ชิมขนม ชมคนทำพระชวนทึ่ง

“พระเครื่อง” นครชุม
       พระบรมธาตุเจดีย์ เป็นโบราณสถานที่มีประวิติความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่สมัยสุโขทัย ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ 9 องค์ โดยรูปทรงที่เห็นในปัจจุบันนั้นจะมีสถาปัตยกรรมเป็นแบบมอญ เนื่องจากการบูรณะครั้งหลังสุด พระเจดีย์ได้ถูกบูรณะโดยคหบดีชาวพม่า ซึ่งได้ขอพระราชานุญาตปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้จาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และได้สั่งทำยอดฉัตรจากประเทศพม่ามาประดิษฐานบนยอดพระเจดีย์แห่งนี้
     
       หลังได้สักการะพระบรมธาตุเจดีย์กันแล้ว ตะลอนเที่ยวก็ไม่ลืมที่จะไปชม “แหล่งเรียนรู้การทำพระเครื่องนครชุม” เพราะเรื่องราวของพระเครื่องนครชุมนั้น นับได้ว่าเป็นที่เลื่องชื่อลือชาเป็นอย่างมาก ที่แหล่งเรียนรู้แห่งนี้จะมีคุณลุงสมหมาย พยอม เป็นผู้ดูแลและให้ความรู้ โดยคุณลุงจะเป็นผู้เล่าเรื่องราวของประวัติพระเครื่องนครชุม ที่มีการทำมาตั้งแต่เมื่อสมัยเมืองนครชุมยังเคยรุ่งเรืองเมื่อครั้งอดีตให้เราฟัง โดยคุณลุงจะเป็นผู้สาธิตการทำพระเครื่องให้เราได้ดูอีกด้วย และหากใครสนใจก็สามารถทำพระเครื่องของตัวเอง ให้ได้ติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของที่ระลึก ให้นึกถึงว่าครั้งหนึ่งเคยได้มาเยือนเมืองนครชุม (คลิกติดตามเรื่อง “พระเครื่อง เมืองนครชุม” ได้ที่ลิงก์นี้)
     
       อีกทั้งที่เมืองนครชุมยังมีอาหารพื้นเมืองอร่อยๆ มากมายทั้งของคาวของหวาน ให้ได้ลองลิ้มชิมรสกันอีกด้วย อาทิ เมี่ยงคำนครชุม, ขนมดอกดิน, แป้งตัด และ “ขนมข้าวตอก” ที่เป็นของดีของเด่นที่ไม่ควรพลาดของเมืองนครชุมแห่งนี้ (คลิกติดตามเรื่อง “ขนมข้าวตอก” ได้ที่ลิงก์นี้)

“กำแพงเพชร” ทริปเด็ด กิน-เที่ยว แช่น้ำร้อน ชิมขนม ชมคนทำพระชวนทึ่ง

“ขนมข้าวตอก”
       หลังตะลอนเที่ยวกันมาอย่างเต็มที่ ก็มีอาการเมื่อยล้าเกิดขึ้น สถานที่ท่องเที่ยวต่อไปจึงจะพาไปพักและผ่อนคลายให้หายเหนื่อยกัน โดยที่ที่เราจะไปนั้นคือ “บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง” ซึ่งก็ตั้งอยู่ที่ตำบลลานดอกไม้ ในเขตอำเภอเมืองกำแพงเพชร โดยเป็นบ่อน้ำพุร้อนที่ถูกชาวบ้านค้นพบด้วยการสังเกตจากเหล่าควาย เพราะเนื่องจากเป็นแอ่งน้ำเดียวที่เหล่าควายไม่ลงไปแช่น้ำ จึงทำให้ชาวบ้านรู้ว่าจุดนี้เป็นบ่อน้ำพุร้อน

“กำแพงเพชร” ทริปเด็ด กิน-เที่ยว แช่น้ำร้อน ชิมขนม ชมคนทำพระชวนทึ่ง

ผ่อนคลายด้วยการแช่เท้าที่ “บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง”
       ปัจจุบันมีการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยมีการสร้างลำธารตื้นๆ ที่ได้สูบน้ำมาจากบ่อน้ำร้อน ให้มานั่งชิลๆ หย่อนเท้าแช่น้ำร้อนผ่อนคลายสบายอารมณ์ อีกทั้งยังมีบริการฟรีอีกด้วย แต่หากใครที่อยากจะแช่ทั้งตัวแล้วก็สามารถทำได้โดยมีห้องสำหรับแช่ไว้ให้บริการอีกด้วย หลังจากลองแช่สักครั้งแล้ว ก็รู้สึกว่าช่วยผ่อนคลายความเมื่อยจากการตะลอนเที่ยวได้จริงๆ

“กำแพงเพชร” ทริปเด็ด กิน-เที่ยว แช่น้ำร้อน ชิมขนม ชมคนทำพระชวนทึ่ง

“น้ำตกคลองลาน” ในวันน้ำน้อย แต่ก็ยังสวยงาม
       ปิดท้ายการเที่ยวเมืองกำแพงเพชรในครั้งนี้ ด้วยการมาชมความงดงามของ “น้ำตกคลองลาน“ ที่อุทยานแห่งชาติคลองลาน ในเขตอำเภอคลองขลุง น้ำตกคลองลานนับเป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดกำแพงเพชร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูง และด้านล่างของน้ำตกเป็นลำธารที่สามารถลงเล่นน้ำได้ อีกทั้งธรรมชาติโดยรอบนั้นก็ยังร่มรื่น เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนในจังหวัดและนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมา เหมาะเป็นจุดพักสุดท้ายของการมาตะลอนเที่ยวจังหวัดกำหวัดกำแพงเพชรครั้งนี้ อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงภายในอุทยานฯ อาทิ น้ำตกคลองน้ำไหล, แก่งเกาะร้อย ให้ไปแวะชมความงดงามของธรรมชาติกันอีกด้วย
       

สถานที่ท่องเทียวจังหวัดเลย

      1.วัดพระธาตุศรีสองรัก สร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยานในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างกรุงศรีอยุธยา(สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ) และกรุงศรีสัตนาคนหุต (ปัจจุบันคือ เวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) ในสมัยที่พม่าเรืองอำนาจรุกรานดินแดนต่างๆ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิและพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช จึงตกลงรวมกำลังเพื่อต่อสู้กับพม่า


      2 อุทยานแห่งชาติ มีอาณาเขตด้านทิศเหนืออยู่ติดกับประเทศลาว มีรูปพรรณสันฐานเหมือนเรือใหญ่บนยอดดอยสูง โดยรอบๆ จะเห็นยอดดอยเป็นขุนเขาน้อยใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกละอองขาว และป่าอันอุดมสมบูรณ์ โดยมียอดเขาสูงที่สุดคือ ยอดภูเรือ มีความสูง 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเล



3 เชียงคาน เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำโขงสุดชายแดนไทย เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเลย
 ที่คงยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ขนบประเพณี การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย พอเพียง 
วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ซึ่งหาดูยากในปัจจุบัน เมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ แห่งนี้
 กำลังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก 
 ภาพบ้านเก่าๆที่เรียงรายติดกันอยู่ริมถนนชายโขง ดึงดูดใจ 
ให้นักท่องเที่ยวหลายต่อหลายรุ่นต่างหลั่งไหลเดินทางกันมาที่นี่ 
บ้านเรือนที่เมืองเชียงคานจะแบ่งออกเป็นซอย เล็กๆ
 เรียกว่า ถนนศรีเชียงคาน ขนานคู่กันไปไปกับถนนใหญ่ซึ่งเป็นถนนสายหลัก
 เริ่มตั้งแต่ถนนศรีเชียงคาน ซอยที่ 1- 24 
 แบ่งเป็นถนนศรีเชียงคานฝั่งบนกับฝั่งล่างซึ่งชื่อซอยเหมือนกัน
เชียงคาน
ถนนศรีเชียงคานฝั่งล่าง คือ ถนนเส้นที่เต็มไปด้วยบ้านไม้เก่าแก่ 
ที่พัก โฮมสเตย์ ร้านอาหาร และร้านค้าเก๋ มากมายซึ่งถนนในเส้นนี้จะเรียกว่า "ถนนชายโขง"
 ซึ่ง ระยะทางกว่า  2 กิโลเมตร  เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยว 
นิยมมาปั่นจักรยานชมบรรยากาศถ่ายรูปเล่น ชมบ้านไม้สมัยเก่า
 แต่ก็มีบางส่วนเป็นตึกแถวสร้างใหม่ ซึ่งทาง เทศบาลไม่อนุญาตให้ปลูกสร้าง
 เพราะต้องการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมบริเวณถนนสายนี้ให้เป็นบ้านไม้ทั้งหมดเป็น
 การรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวเชียงคาน แต่ถึงแม้บ้านไม้เก่าๆ  
ถึงแม้ถูกดัดแปลงให้เป็นร้านขายของ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ
 บ้านพักโฮมสเตย์ไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่ถึงอย่างไรความ สงบเรียบง่ายของวิถีชีวิต 
รอยยิ้มที่ แสนจะจริง ของผู้คนในเมืองนี้ ยังคงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เมืองเชียงคาน
แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ
เชียงคาน
   ดังนั้นเมื่อเดินทางเข้าไปในย่านนี้จึงเป็นเสน่ห์ของเชียงคานที่ให้บรรยากาศแบบสมัยก่อน
  นักท่องเที่ยวที่ขี่ จักรยานเลียบริมโขง ก็ได้ยินเสียงเพลงลาวดังมาแว่วๆ 
  เป็นความสุข สงบ ชนิดหาที่ไหนได้ยากมาก หลายคนมอง ว่าซักวันหนึ่งเชียงคานจะเหมือนกับปาย
 แต่ถึงกระนั้น มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นเสน่ห์ของเมืองเชียงคานที่ไม่เหมือน
 กับที่ไหน นั่นคือ รอยยิ้ม และความจริงใจของเจ้าของบ้าน มาอยู่ที่นี่ไม่มีเหงา
 เหมือนรู้สึกว่าเราเป็นลูกเป็นหลาน ของผู้คนที่นี่ มาที่นี่ทุกคนจะได้รุ้จักกับคำว่า
 สุข สงบ และมิตรภาพ อย่างแท้จริง โดยที่ไม่ต้องมีการเสริมแต่ง



วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สถานที่ท่องเทียว จังหวัดสุราษฏร์ธานี

1. เกาะสมุย





ข้อมูล : เกาะสมุยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศอีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เพราะมีธรรมชาติอันงดงาม มีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทุกรูปแบบครบครัน ทั้งที่พักหลากหลายรูปแบบจำนวนมาก มีการคมนาคมที่สะดวก และมีสนามบินเป็นของตัวเอง ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว และเติมเต็มให้เกาะแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบปัจจุบันเกาะสมุยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของทะเลอ่าวไทยตอนใต้ ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลไปเยี่ยมเยือนปีละหลายล้านคน
ที่ตั้ง : อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์
เวลาเปิด – ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน
การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายพุทธมณฑล-นครปฐม-เพชรบุรี - ประจวบคีรีขันธ์ -ชุมพร - สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 685 กิโลเมตร

2. เกาะพะงัน





ข้อมูล : เกาะพะงัน Koh Phangan เป็น 1 ใน 2 อำเภอกลางทะเลของสุราษฏร์ธานี เกาะพะงันอยู่ห่างจากเกาะสมุยไปทางทิศเหนือประมาณ 20 ฏิโลเมตรและอยู่ห่างจากจังหวัดสุราษฏร์ธานี 100 กิโลเมตร เกาะพะงันเล็กกว่าเกาะสมุย มีภูมิประเทศเป็นภูเขาอยู่กลางเกาะทอดตัวจากทิศเหนือจดใต้ มีที่ราบบริเวณทิศตะวันตก ส่วนทิศตะวันออกเป็นเทือกเขาจดทะเล บางแห่งมีอ่าวเล็ก อ่าวน้อยให้เรือหลบลมได้
ที่ตั้ง : เกาะในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทางด้านอ่าวไทย ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศตะวันออกประมาณ 100 กิโลเมตร
เวลาเปิด – ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน
การเดินทาง : ทางเรือจากจังหวัดสุราษฏร์ธานีมายังเกาะพะงันนั้นใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ครึ่ง และ 45 นาทีหากเดินทางมาจากเกาะสมุย มีเรือเฟอร์รี่บริการรับส่งระหว่างจังหวัดสุราษฏร์ธานี เกาะสมุยและเกาะพะงัน และคุณยังสามารถเดินทางโดยเรือเร็วจากท่าเรือบ่อผุดที่เกาะสมุยได้อีกทางหนึ่งด้วย

สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่


1. เกาะปอดะ อ.เขาพนม



เกาะปอดะเป็นหนึ่งในหมู่เกาะปอดะ อันประกอบด้วยเกาะปอดะ เกาะไก่ เกาะทับ เกาะหม้อ เป็น 4 เกาะเด่น ที่สามารถรวมเป็นโปรแกรมเที่ยวภายในหนึ่งวันได้ นับเป็นรายการท่องเที่ยวยอดนิยมของทะเลกระบี่ เพราะเดินทางสะดวกและค่าใช้จ่ายไม่มาก หากเลือกพักที่อ่าวนางจะสามารถเหมาเรือหางยาวหรือเรือหัวโทงมาเที่ยวชมหาดทรายสวยๆ ของเกาะเหล่านี้ได้ โดยเกาะปอดะเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด มีหาดทรายขาวยาวกว่ากิโลเมตรทางด้านทิศตะวันออกของเกาะ บรรยากาศร่มรื่นด้วยทิวสน น้ำทะเลใสจนเห็นทรายสีขาวอยู่ใต้น้ำ เกาะปอดะยังเป็นสวรรค์ของนักอาบแดด บริเวณทิศเหนือและทิศตะวันออกก็มีแนวปะการังให้ดำน้ำชมได้ดี นอกจากนี้บริเวณชายหาดยังมีกิจกรรมทางทะเลเช่น พายเรือคายัค คอยให้บริการ หรือจะเล่นน้ำอย่างเดียวก็ได้เช่นกัน





2. อ่าวมาหยา 




ตั้งอยู่บนเกาะพีพีเล เกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ อ่าวมาหยาเกิดจากการสร้างสรรค์ของธรรมชาติ จากการพังทลายของหน้าผาที่โอบล้อม แหว่งเป็นเวิ้งอ่าวขนาดเล็กรูปพระจันทร์เสี้ยวที่โอบล้อมด้วยเขาหินปูน อ่าวมาหยา นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์อีกจุดหนึ่งของทะเลกระบี่ ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาพักผ่อนทิ้งตัวทิ้งใจลงบนหาดทรายขาวละเอียดที่เค้าว่ากันว่าละมุนเหมือนผงแป้ง นอนแช่น้ำทะเลใสสีเขียวมรกต สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแวดล้อมซึ่งปกคลุมไปด้วยพันธุ์ไม้ชายทะเล จึงไม่แปลกใจเลยที่ต่างชาติจะยกให้ “อ่าวมาหยา” เป็นทะเลไทยที่สวยติดอันดับโลก


ขอบคุณข้อมูลที่เที่ยว : thai.tourismthailand.org , painaidii.com , sadoodta.com , oceansmile.com


วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สถานที่ท่องเที่ยงในกรุงเทพมหานคร

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพมหานคร








          กรุงเทพมหานคร มหานครแห่งความยิ่งใหญ่ มหานครแห่งความรัก ความหวัง และการสรรค์สร้าง มหานครที่มีร่องรอยของประวิติศาสตร์อันงดงาม เป็นดินแดนแห่งพุทธศาสนาที่เต็มเปี่ยมด้วยแรงศรัทธา เป็นที่ที่จะหาความสุขได้หลากหลายจากอาหารเลิศรส ที่พักทันสมัย แหล่งช็อปปิ้งที่ละลานตา และสถานบันเทิงที่พรั่งพร้อมความทันสมัยไม่น้อยหน้าที่ใดในโลก จึงไม่น่าแปลกใจ ที่นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกลงความเห็นว่า กรุงเทพมหานครคือสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

          วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า วัดพระแก้ว วัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง เช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเป็นวัดในพระราชวังหลวงในสมัยอยุธยา และมีพระราชประสงค์ให้วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ปัจจุบันในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เดินทางมาเยี่ยมชมความงดงามของงานสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมของช่างสิบหมู่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์จำนวนมาก


ขอบคุณข้อมูลจาก http://travel.kapook.com

สถานที่ท่องเทียวจังหวัดนครพนม

พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม



           พระธาตุพนม หรือ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร วัดพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ที่เป็นปูชนียสถานที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาช้านาน ซึ่งผลจากการขุดค้นทางโบราณคดีลงความเห็นว่าพระธาตุพนมสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1200-1400 ตามตำนานกล่าวว่าผู้สร้างคือ พระมหากัสสปะ พระอรหันต์ 500 องค์ และท้าวพระยาเมืองต่าง ๆ ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ ลักษณะของสถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาที่เดียวกันกับปราสาทของขอม และได้ทำการบูรณะเรื่อยมา ในปี พ.ศ. 2485 ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกขึ้นเป็น “วรมหาวิหาร”

           แต่ในวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2518 เวลา 19.38 น. พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงทั้งองค์ เนื่องจากความเก่าแก่ขององค์พระธาตุพนม และประจวบกับระหว่างนั้นฝนตกพายุพัดแรงติดต่อกันมาหลายวัน ประชาชนทั้งประเทศได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และรัฐบาลได้ก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่ตามแบบเดิม การก่อสร้างนี้เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2522 นอกจากพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุในองค์พระธาตุแล้ว ยังมีของมีค่ามากมายนับหมื่นชิ้น โดยเฉพาะฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุเป็นฉัตรทองคำที่มีน้ำหนักถึง 110 กิโลกรัม

           ปัจจุบันองค์พระธาตุมีฐานกว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.60 เมตร เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูงแลดูสง่างาม อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครพนม เป็นที่เคารพบูชาของชาวไทยและชาวลาว โดยเชื่อกันว่าหากใครได้มานมัสการครบ 7 ครั้ง จะเป็นลูกพระธาตุถือเป็นสิริมงคล แก่ชีวิตและมีความเจริญรุ่งเรือง นอกจานี้ ในวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 3 ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี จะมีการจัดงานนมัสการองค์พระธาตุขึ้นเป็นประจำ ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานนครพนม โทรศัพท์ 0 4251 3490-1, 0 4251 3492 เว็บไซต์ tourismthailand.org


ขอบคุณข้อมูลจาก http://travel.kapook.com

สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดเชียงราย


*********************************

1. ดอยผาตั้ง เชียงราย







ข้อมูล : ตั้งอยู่ที่บ้านผาตั้ง หมู่ที่ 14 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย  สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,635 เมตร ห่างจาก ภูชี้ฟ้าประมาณ 30 ก.ม. เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า โดยเฉพาะจีนฮ่อนั้น อดีตเคยเป็นส่วนหนึ่ง ของกองพล 93 ซึ่งอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ดอยผาตั้งนี้ เช่นเดียวกับที่ดอยแม่สลองลักษณะเป็นสันเขาคดเคี้ยว มองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามจับตา ความสวยงามที่เป็น ลักษณะเฉพาะของดอยผาตั้ง ไม่ว่าจะเป็นจุดชมทะเลหมอกที่งดงามและอลังการในยามเช้า ชมพระอาทิตย์ อัศดง ยามเย็น มองเห็นดวงตะวันกลมโตสีส้มฉูดฉาดค่อยๆ ลับทิวเมฆกลืนลงไปตามแนวสันเขายิ่งงดงาม ประทับใจ ในช่วงทุกวันที่ 31 ธ.ค. – ต้นม.ค. ของทุกปี จะมีเทศกาล ชมทะเลหมอก ดอกซากุระบาน

การเดินทาง : ใช้เส้นทางเชียงราย-เวียงชัย-พญาเม็งราย-บ้านต้า (ทางหลวงหมายเลข 1233, 1173 และ 1152) 50 กิโลเมตร บ้านต้า-บ้านท่าเจริญ (ทางหลวง 1020) 45 กิโลเมตร บ้านท่าเจริญ-เวียงแก่น-ปางหัด (ทางหลวง 1155)17 กิโลเมตร และปางหัด-ดอยผาตั้ง อีก 15 กิโลเมตร แล้วเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จึงจะถึงจุดชมวิว 103 สภาพเส้นทางบางช่วงสูงชัน เป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ในความดูแลของกองทัพภาคที่ 3 บนดอยผาตั้งมีที่พัก สถานที่กางเต็นท์และร้านอาหาร สามารถไปเที่ยวได้ตลอดปี

เวลาเปิด-ปิด : ขึ้นไปชมทิวทัศน์ เวลา 04.30 - 18.30 น.



2. วนอุทยานภูชี้ฟ้า เชียงราย





ข้อมูล : เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น  ติดชายแดนไทย - สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อยู่ในพื้นที่เขตอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติด้วยลักษณะหน้าผาปลายยอดแหลม เป็นแนวยาวที่ชี้ไปบนฟ้า ทางฝั่งประเทศลาว จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า "ภูชี้ฟ้า" นั่นเอง ด้านที่ติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นับเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด ทั้งนี้ กรมป่าไม้ได้มีคำสั่งให้จัดตั้ง "ภูชี้ฟ้า" เป็นวนอุทยาน เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2541 ด้วยเนื้อที่ประมาณ 2,500 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,200 เมตร ถึง 1,628 เมตร สำหรับไฮไลท์สำคัญของ ภูชี้ฟ้า ต้องยกให้จุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม อีกทั้งทิวทัศน์ของภูเขาสลับซับซ้อนดูกว้างไกล โดยในตอนเช้าจะมีทะเลหมอกปกคลุมในหุบเขาเบื้องล่าง มีพระอาทิตย์ขึ้นผ่านพ้นทะเลหมอก ท่ามกลางทุ่งหญ้า แซมด้วยทุ่งดอกโคลงเคลง (ในช่วงฤดูฝนไปจนถึงฤดูหนาว)

การเดินทาง : เดินทางจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไปยังภูชี้ฟ้าได้ตามแนวเส้นทางดังนี้ จากจังหวัดเชียงรายระยะทางประมาณ 108 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางเชียงราย - เทิง ระยะทาง 64 กิโลเมตร และจากเทิง - ปางค่า ระยะทาง 24 กิโลเมตร จากนั้นเป็นลูกรังถึงภูชี้ฟ้าระยะทาง 19 กิโลเมตร  หรือใช้เส้นทาง 1021 เทิง - เชียงคำ ระยะทาง 27 กิโลเมตร ก่อนถึงเชียงคำ 6 กิโลเมตร มีทางแยกไปวนอุทยานน้ำตกภูซาง (1093) บ้านฮวก อีก 19 กิโลเมตร แล้วเดินทางไปภูชี้ฟ้าอีก 30 กิโลเมตร แล้วเดินทางเท้าต่ออีก 1 กิโลเมตร จึงจะถึงจุดชมวิว ทางเดินเท้ามีความสูงชันมาก

เวลาเปิด-ปิด : ขึ้นไปชมทิวทัศน์ เวลา 04.30 - 18.30 น.


3.พระตำหนักดอยตุง เชียงราย




ข้อมูล : อยู่บริเวณ กม. ที่ 12 ทางหลวงหมายเลข 1149 เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระ-ตำหนักเป็นอาคารสองชั้น มีรูปทรงผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนากับชาเลย์ของสวิส มีการแกะสลักไม้ตามกาแล เชิงชายและขอบหน้าต่างเป็นลวดลายต่าง ๆ ฝีมือช่างชาวเหนือ

การเดินทาง : พระตำหนักดอยตุงอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 60 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 110 ไป 45 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1149 ไปประมาณ 15 กิโลเมตร สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถประจำทางสามารถใช้บริการรถสองแถวสีม่วงบริเวณปากทาง รถออกตั้งแต่ 07.00 น. มีรถออกทุก 20 นาที

เวลาเปิด-ปิด : เปิดดำเนินการทุกวัน (ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)