nจังหวัดกำแพงเพชรเป็นที่ตั้งของเมืองเก่าที่ปรากฏหลักฐานในเนื้อหาประวัติศาสตร์ไทยไม่น้อยกว่า 700 ปี เมื่อครั้งอดีตเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณ เช่น เมืองชากังราว เมืองนครชุม โดยมีหลักฐานที่แสดงว่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญ คือ กำแพงเมือง คูเมือง ป้อมปราการ และวัดโบราณ ที่ยังคงสภาพอย่างสมบูรณ์ และกลายมาเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด อีกทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2534 | ||||
| ||||
| ||||
| ||||
ถัดมาคือ “วัดพระสี่อิริยาบถ” ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจ สิ่งก่อสร้างสำคัญภายในวัดคือ วิหารที่สร้างบนฐานทักษิณขนาดใหญ่ ด้านหลังวิหารสร้างเป็นมณฑปทำหน้าที่เป็นเจดีย์ประธานของวัดลักษณะแบบจตุรมุขซึ่งทำเป็นมุมยื่นออกมาทั้ง 4 ด้าน ผนังแต่ละด้านของแท่งสี่เหลี่ยมก่อให้เว้าเข้าไปได้ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ กันคือ เดิน นั่ง ยืน นอน ปัจจุบันหลงเหลือเเต่พระยืนด้านทิศใต้ให้เราได้ชมความงดงาม ภายในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรแห่งนี้ยังมีโบราณสถานที่น่าสนใจที่มากมาย อาทิ วัดพระนอน, วัดอาวาสใหญ่, วัดพระสิงห์ ซึ่งแต่ละแห่งก็มีความงดงามอย่างมากให้เราได้ตะลอนเที่ยว | ||||
หลังชมโบราณสถานระหว่างทางและข้ามฝั่งแม่น้ำปิงกันมาแล้ว ก็จะมาถึงเขตเมืองนครชุม ซึ่งจะตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ในเขตอำเภอเมือง เมืองนครชุมแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งเมืองประวัติศาสตร์ในเขตจังหวัดกำแพงเพชร โดยสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของฝั่งนี้ ก็คงจะหนีไม่พ้น “วัดพระบรมธาตุเจดียาราม” ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “พระบรมธาตุเจดีย์” เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองนครชุมที่ใครๆได้มาเยือนก็ต้องมาสักการะและขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล | ||||
หลังได้สักการะพระบรมธาตุเจดีย์กันแล้ว ตะลอนเที่ยวก็ไม่ลืมที่จะไปชม “แหล่งเรียนรู้การทำพระเครื่องนครชุม” เพราะเรื่องราวของพระเครื่องนครชุมนั้น นับได้ว่าเป็นที่เลื่องชื่อลือชาเป็นอย่างมาก ที่แหล่งเรียนรู้แห่งนี้จะมีคุณลุงสมหมาย พยอม เป็นผู้ดูแลและให้ความรู้ โดยคุณลุงจะเป็นผู้เล่าเรื่องราวของประวัติพระเครื่องนครชุม ที่มีการทำมาตั้งแต่เมื่อสมัยเมืองนครชุมยังเคยรุ่งเรืองเมื่อครั้งอดีตให้เราฟัง โดยคุณลุงจะเป็นผู้สาธิตการทำพระเครื่องให้เราได้ดูอีกด้วย และหากใครสนใจก็สามารถทำพระเครื่องของตัวเอง ให้ได้ติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของที่ระลึก ให้นึกถึงว่าครั้งหนึ่งเคยได้มาเยือนเมืองนครชุม (คลิกติดตามเรื่อง “พระเครื่อง เมืองนครชุม” ได้ที่ลิงก์นี้) อีกทั้งที่เมืองนครชุมยังมีอาหารพื้นเมืองอร่อยๆ มากมายทั้งของคาวของหวาน ให้ได้ลองลิ้มชิมรสกันอีกด้วย อาทิ เมี่ยงคำนครชุม, ขนมดอกดิน, แป้งตัด และ “ขนมข้าวตอก” ที่เป็นของดีของเด่นที่ไม่ควรพลาดของเมืองนครชุมแห่งนี้ (คลิกติดตามเรื่อง “ขนมข้าวตอก” ได้ที่ลิงก์นี้) | ||||
| ||||
| ||||
|
วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2558
สถานที่ท่องเทียวจังหวัด กำแพงเพชร
สถานที่ท่องเทียวจังหวัดเลย
1.วัดพระธาตุศรีสองรัก สร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยานในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างกรุงศรีอยุธยา(สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ) และกรุงศรีสัตนาคนหุต (ปัจจุบันคือ เวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) ในสมัยที่พม่าเรืองอำนาจรุกรานดินแดนต่างๆ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิและพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช จึงตกลงรวมกำลังเพื่อต่อสู้กับพม่า
2 อุทยานแห่งชาติภูเรือ มีอาณาเขตด้านทิศเหนืออยู่ติดกับประเทศลาว มีรูปพรรณสันฐานเหมือนเรือใหญ่บนยอดดอยสูง โดยรอบๆ จะเห็นยอดดอยเป็นขุนเขาน้อยใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกละอองขาว และป่าอันอุดมสมบูรณ์ โดยมียอดเขาสูงที่สุดคือ ยอดภูเรือ มีความสูง 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเล
3 เชียงคาน เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำโขงสุดชายแดนไทย เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเลย
ที่คงยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ขนบประเพณี การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย พอเพียง
วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ซึ่งหาดูยากในปัจจุบัน เมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ แห่งนี้
กำลังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
ภาพบ้านเก่าๆที่เรียงรายติดกันอยู่ริมถนนชายโขง ดึงดูดใจ
ให้นักท่องเที่ยวหลายต่อหลายรุ่นต่างหลั่งไหลเดินทางกันมาที่นี่
บ้านเรือนที่เมืองเชียงคานจะแบ่งออกเป็นซอย เล็กๆ
เรียกว่า ถนนศรีเชียงคาน ขนานคู่กันไปไปกับถนนใหญ่ซึ่งเป็นถนนสายหลัก
เริ่มตั้งแต่ถนนศรีเชียงคาน ซอยที่ 1- 24
แบ่งเป็นถนนศรีเชียงคานฝั่งบนกับฝั่งล่างซึ่งชื่อซอยเหมือนกัน
ถนนศรีเชียงคานฝั่งล่าง คือ ถนนเส้นที่เต็มไปด้วยบ้านไม้เก่าแก่
ที่พัก โฮมสเตย์ ร้านอาหาร และร้านค้าเก๋ มากมายซึ่งถนนในเส้นนี้จะเรียกว่า "ถนนชายโขง"
ซึ่ง ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยว
นิยมมาปั่นจักรยานชมบรรยากาศถ่ายรูปเล่น ชมบ้านไม้สมัยเก่า
แต่ก็มีบางส่วนเป็นตึกแถวสร้างใหม่ ซึ่งทาง เทศบาลไม่อนุญาตให้ปลูกสร้าง
เพราะต้องการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมบริเวณถนนสายนี้ให้เป็นบ้านไม้ทั้งหมดเป็น
การรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวเชียงคาน แต่ถึงแม้บ้านไม้เก่าๆ
ถึงแม้ถูกดัดแปลงให้เป็นร้านขายของ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ
บ้านพักโฮมสเตย์ไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่ถึงอย่างไรความ สงบเรียบง่ายของวิถีชีวิต
รอยยิ้มที่ แสนจะจริง ของผู้คนในเมืองนี้ ยังคงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เมืองเชียงคาน
แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ
ดังนั้นเมื่อเดินทางเข้าไปในย่านนี้จึงเป็นเสน่ห์ของเชียงคานที่ให้บรรยากาศแบบสมัยก่อน
นักท่องเที่ยวที่ขี่ จักรยานเลียบริมโขง ก็ได้ยินเสียงเพลงลาวดังมาแว่วๆ
เป็นความสุข สงบ ชนิดหาที่ไหนได้ยากมาก หลายคนมอง ว่าซักวันหนึ่งเชียงคานจะเหมือนกับปาย
แต่ถึงกระนั้น มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นเสน่ห์ของเมืองเชียงคานที่ไม่เหมือน
กับที่ไหน นั่นคือ รอยยิ้ม และความจริงใจของเจ้าของบ้าน มาอยู่ที่นี่ไม่มีเหงา
เหมือนรู้สึกว่าเราเป็นลูกเป็นหลาน ของผู้คนที่นี่ มาที่นี่ทุกคนจะได้รุ้จักกับคำว่า
สุข สงบ และมิตรภาพ อย่างแท้จริง โดยที่ไม่ต้องมีการเสริมแต่ง
วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558
สถานที่ท่องเทียว จังหวัดสุราษฏร์ธานี
1. เกาะสมุย
ข้อมูล : เกาะสมุยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศอีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เพราะมีธรรมชาติอันงดงาม มีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทุกรูปแบบครบครัน ทั้งที่พักหลากหลายรูปแบบจำนวนมาก มีการคมนาคมที่สะดวก และมีสนามบินเป็นของตัวเอง ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว และเติมเต็มให้เกาะแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบปัจจุบันเกาะสมุยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของทะเลอ่าวไทยตอนใต้ ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลไปเยี่ยมเยือนปีละหลายล้านคน
ที่ตั้ง : อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์
เวลาเปิด – ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน
การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายพุทธมณฑล-นครปฐม-เพชรบุรี - ประจวบคีรีขันธ์ -ชุมพร - สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 685 กิโลเมตร
2. เกาะพะงัน
ข้อมูล : เกาะพะงัน Koh Phangan เป็น 1 ใน 2 อำเภอกลางทะเลของสุราษฏร์ธานี เกาะพะงันอยู่ห่างจากเกาะสมุยไปทางทิศเหนือประมาณ 20 ฏิโลเมตรและอยู่ห่างจากจังหวัดสุราษฏร์ธานี 100 กิโลเมตร เกาะพะงันเล็กกว่าเกาะสมุย มีภูมิประเทศเป็นภูเขาอยู่กลางเกาะทอดตัวจากทิศเหนือจดใต้ มีที่ราบบริเวณทิศตะวันตก ส่วนทิศตะวันออกเป็นเทือกเขาจดทะเล บางแห่งมีอ่าวเล็ก อ่าวน้อยให้เรือหลบลมได้
ที่ตั้ง : เกาะในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทางด้านอ่าวไทย ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศตะวันออกประมาณ 100 กิโลเมตร
เวลาเปิด – ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน
การเดินทาง : ทางเรือจากจังหวัดสุราษฏร์ธานีมายังเกาะพะงันนั้นใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ครึ่ง และ 45 นาทีหากเดินทางมาจากเกาะสมุย มีเรือเฟอร์รี่บริการรับส่งระหว่างจังหวัดสุราษฏร์ธานี เกาะสมุยและเกาะพะงัน และคุณยังสามารถเดินทางโดยเรือเร็วจากท่าเรือบ่อผุดที่เกาะสมุยได้อีกทางหนึ่งด้วย
ข้อมูล : เกาะสมุยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศอีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เพราะมีธรรมชาติอันงดงาม มีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทุกรูปแบบครบครัน ทั้งที่พักหลากหลายรูปแบบจำนวนมาก มีการคมนาคมที่สะดวก และมีสนามบินเป็นของตัวเอง ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว และเติมเต็มให้เกาะแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบปัจจุบันเกาะสมุยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของทะเลอ่าวไทยตอนใต้ ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลไปเยี่ยมเยือนปีละหลายล้านคน
ที่ตั้ง : อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์
เวลาเปิด – ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน
การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายพุทธมณฑล-นครปฐม-เพชรบุรี - ประจวบคีรีขันธ์ -ชุมพร - สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 685 กิโลเมตร
2. เกาะพะงัน
ข้อมูล : เกาะพะงัน Koh Phangan เป็น 1 ใน 2 อำเภอกลางทะเลของสุราษฏร์ธานี เกาะพะงันอยู่ห่างจากเกาะสมุยไปทางทิศเหนือประมาณ 20 ฏิโลเมตรและอยู่ห่างจากจังหวัดสุราษฏร์ธานี 100 กิโลเมตร เกาะพะงันเล็กกว่าเกาะสมุย มีภูมิประเทศเป็นภูเขาอยู่กลางเกาะทอดตัวจากทิศเหนือจดใต้ มีที่ราบบริเวณทิศตะวันตก ส่วนทิศตะวันออกเป็นเทือกเขาจดทะเล บางแห่งมีอ่าวเล็ก อ่าวน้อยให้เรือหลบลมได้
ที่ตั้ง : เกาะในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทางด้านอ่าวไทย ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศตะวันออกประมาณ 100 กิโลเมตร
เวลาเปิด – ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน
การเดินทาง : ทางเรือจากจังหวัดสุราษฏร์ธานีมายังเกาะพะงันนั้นใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ครึ่ง และ 45 นาทีหากเดินทางมาจากเกาะสมุย มีเรือเฟอร์รี่บริการรับส่งระหว่างจังหวัดสุราษฏร์ธานี เกาะสมุยและเกาะพะงัน และคุณยังสามารถเดินทางโดยเรือเร็วจากท่าเรือบ่อผุดที่เกาะสมุยได้อีกทางหนึ่งด้วย
สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่
1. เกาะปอดะ อ.เขาพนม
เกาะปอดะเป็นหนึ่งในหมู่เกาะปอดะ อันประกอบด้วยเกาะปอดะ เกาะไก่ เกาะทับ เกาะหม้อ เป็น 4 เกาะเด่น ที่สามารถรวมเป็นโปรแกรมเที่ยวภายในหนึ่งวันได้ นับเป็นรายการท่องเที่ยวยอดนิยมของทะเลกระบี่ เพราะเดินทางสะดวกและค่าใช้จ่ายไม่มาก หากเลือกพักที่อ่าวนางจะสามารถเหมาเรือหางยาวหรือเรือหัวโทงมาเที่ยวชมหาดทรายสวยๆ ของเกาะเหล่านี้ได้ โดยเกาะปอดะเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด มีหาดทรายขาวยาวกว่ากิโลเมตรทางด้านทิศตะวันออกของเกาะ บรรยากาศร่มรื่นด้วยทิวสน น้ำทะเลใสจนเห็นทรายสีขาวอยู่ใต้น้ำ เกาะปอดะยังเป็นสวรรค์ของนักอาบแดด บริเวณทิศเหนือและทิศตะวันออกก็มีแนวปะการังให้ดำน้ำชมได้ดี นอกจากนี้บริเวณชายหาดยังมีกิจกรรมทางทะเลเช่น พายเรือคายัค คอยให้บริการ หรือจะเล่นน้ำอย่างเดียวก็ได้เช่นกัน
2. อ่าวมาหยา
ตั้งอยู่บนเกาะพีพีเล เกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ อ่าวมาหยาเกิดจากการสร้างสรรค์ของธรรมชาติ จากการพังทลายของหน้าผาที่โอบล้อม แหว่งเป็นเวิ้งอ่าวขนาดเล็กรูปพระจันทร์เสี้ยวที่โอบล้อมด้วยเขาหินปูน อ่าวมาหยา นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์อีกจุดหนึ่งของทะเลกระบี่ ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาพักผ่อนทิ้งตัวทิ้งใจลงบนหาดทรายขาวละเอียดที่เค้าว่ากันว่าละมุนเหมือนผงแป้ง นอนแช่น้ำทะเลใสสีเขียวมรกต สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแวดล้อมซึ่งปกคลุมไปด้วยพันธุ์ไม้ชายทะเล จึงไม่แปลกใจเลยที่ต่างชาติจะยกให้ “อ่าวมาหยา” เป็นทะเลไทยที่สวยติดอันดับโลก
ขอบคุณข้อมูลที่เที่ยว : thai.tourismthailand.org , painaidii.com , sadoodta.com , oceansmile.com
วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2558
สถานที่ท่องเที่ยงในกรุงเทพมหานคร
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพมหานคร
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า วัดพระแก้ว วัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง เช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเป็นวัดในพระราชวังหลวงในสมัยอยุธยา และมีพระราชประสงค์ให้วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ปัจจุบันในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เดินทางมาเยี่ยมชมความงดงามของงานสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมของช่างสิบหมู่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์จำนวนมาก
ขอบคุณข้อมูลจาก http://travel.kapook.com
สถานที่ท่องเทียวจังหวัดนครพนม
พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม
พระธาตุพนม หรือ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร วัดพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ที่เป็นปูชนียสถานที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาช้านาน ซึ่งผลจากการขุดค้นทางโบราณคดีลงความเห็นว่าพระธาตุพนมสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1200-1400 ตามตำนานกล่าวว่าผู้สร้างคือ พระมหากัสสปะ พระอรหันต์ 500 องค์ และท้าวพระยาเมืองต่าง ๆ ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ ลักษณะของสถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาที่เดียวกันกับปราสาทของขอม และได้ทำการบูรณะเรื่อยมา ในปี พ.ศ. 2485 ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกขึ้นเป็น “วรมหาวิหาร”
แต่ในวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2518 เวลา 19.38 น. พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงทั้งองค์ เนื่องจากความเก่าแก่ขององค์พระธาตุพนม และประจวบกับระหว่างนั้นฝนตกพายุพัดแรงติดต่อกันมาหลายวัน ประชาชนทั้งประเทศได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และรัฐบาลได้ก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่ตามแบบเดิม การก่อสร้างนี้เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2522 นอกจากพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุในองค์พระธาตุแล้ว ยังมีของมีค่ามากมายนับหมื่นชิ้น โดยเฉพาะฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุเป็นฉัตรทองคำที่มีน้ำหนักถึง 110 กิโลกรัม
ปัจจุบันองค์พระธาตุมีฐานกว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.60 เมตร เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูงแลดูสง่างาม อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครพนม เป็นที่เคารพบูชาของชาวไทยและชาวลาว โดยเชื่อกันว่าหากใครได้มานมัสการครบ 7 ครั้ง จะเป็นลูกพระธาตุถือเป็นสิริมงคล แก่ชีวิตและมีความเจริญรุ่งเรือง นอกจานี้ ในวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 3 ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี จะมีการจัดงานนมัสการองค์พระธาตุขึ้นเป็นประจำ ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานนครพนม โทรศัพท์ 0 4251 3490-1, 0 4251 3492 เว็บไซต์ tourismthailand.org
ขอบคุณข้อมูลจาก http://travel.kapook.com
สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดเชียงราย
*********************************
1. ดอยผาตั้ง เชียงราย
ข้อมูล : ตั้งอยู่ที่บ้านผาตั้ง หมู่ที่ 14 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,635 เมตร ห่างจาก ภูชี้ฟ้าประมาณ 30 ก.ม. เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า โดยเฉพาะจีนฮ่อนั้น อดีตเคยเป็นส่วนหนึ่ง ของกองพล 93 ซึ่งอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ดอยผาตั้งนี้ เช่นเดียวกับที่ดอยแม่สลองลักษณะเป็นสันเขาคดเคี้ยว มองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามจับตา ความสวยงามที่เป็น ลักษณะเฉพาะของดอยผาตั้ง ไม่ว่าจะเป็นจุดชมทะเลหมอกที่งดงามและอลังการในยามเช้า ชมพระอาทิตย์ อัศดง ยามเย็น มองเห็นดวงตะวันกลมโตสีส้มฉูดฉาดค่อยๆ ลับทิวเมฆกลืนลงไปตามแนวสันเขายิ่งงดงาม ประทับใจ ในช่วงทุกวันที่ 31 ธ.ค. – ต้นม.ค. ของทุกปี จะมีเทศกาล ชมทะเลหมอก ดอกซากุระบาน
การเดินทาง : ใช้เส้นทางเชียงราย-เวียงชัย-พญาเม็งราย-บ้านต้า (ทางหลวงหมายเลข 1233, 1173 และ 1152) 50 กิโลเมตร บ้านต้า-บ้านท่าเจริญ (ทางหลวง 1020) 45 กิโลเมตร บ้านท่าเจริญ-เวียงแก่น-ปางหัด (ทางหลวง 1155)17 กิโลเมตร และปางหัด-ดอยผาตั้ง อีก 15 กิโลเมตร แล้วเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จึงจะถึงจุดชมวิว 103 สภาพเส้นทางบางช่วงสูงชัน เป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ในความดูแลของกองทัพภาคที่ 3 บนดอยผาตั้งมีที่พัก สถานที่กางเต็นท์และร้านอาหาร สามารถไปเที่ยวได้ตลอดปี
เวลาเปิด-ปิด : ขึ้นไปชมทิวทัศน์ เวลา 04.30 - 18.30 น.
2. วนอุทยานภูชี้ฟ้า เชียงราย
ข้อมูล : เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น ติดชายแดนไทย - สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อยู่ในพื้นที่เขตอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติด้วยลักษณะหน้าผาปลายยอดแหลม เป็นแนวยาวที่ชี้ไปบนฟ้า ทางฝั่งประเทศลาว จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า "ภูชี้ฟ้า" นั่นเอง ด้านที่ติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นับเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด ทั้งนี้ กรมป่าไม้ได้มีคำสั่งให้จัดตั้ง "ภูชี้ฟ้า" เป็นวนอุทยาน เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2541 ด้วยเนื้อที่ประมาณ 2,500 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,200 เมตร ถึง 1,628 เมตร สำหรับไฮไลท์สำคัญของ ภูชี้ฟ้า ต้องยกให้จุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม อีกทั้งทิวทัศน์ของภูเขาสลับซับซ้อนดูกว้างไกล โดยในตอนเช้าจะมีทะเลหมอกปกคลุมในหุบเขาเบื้องล่าง มีพระอาทิตย์ขึ้นผ่านพ้นทะเลหมอก ท่ามกลางทุ่งหญ้า แซมด้วยทุ่งดอกโคลงเคลง (ในช่วงฤดูฝนไปจนถึงฤดูหนาว)
การเดินทาง : เดินทางจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไปยังภูชี้ฟ้าได้ตามแนวเส้นทางดังนี้ จากจังหวัดเชียงรายระยะทางประมาณ 108 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางเชียงราย - เทิง ระยะทาง 64 กิโลเมตร และจากเทิง - ปางค่า ระยะทาง 24 กิโลเมตร จากนั้นเป็นลูกรังถึงภูชี้ฟ้าระยะทาง 19 กิโลเมตร หรือใช้เส้นทาง 1021 เทิง - เชียงคำ ระยะทาง 27 กิโลเมตร ก่อนถึงเชียงคำ 6 กิโลเมตร มีทางแยกไปวนอุทยานน้ำตกภูซาง (1093) บ้านฮวก อีก 19 กิโลเมตร แล้วเดินทางไปภูชี้ฟ้าอีก 30 กิโลเมตร แล้วเดินทางเท้าต่ออีก 1 กิโลเมตร จึงจะถึงจุดชมวิว ทางเดินเท้ามีความสูงชันมาก
เวลาเปิด-ปิด : ขึ้นไปชมทิวทัศน์ เวลา 04.30 - 18.30 น.
3.พระตำหนักดอยตุง เชียงราย
ข้อมูล : อยู่บริเวณ กม. ที่ 12 ทางหลวงหมายเลข 1149 เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระ-ตำหนักเป็นอาคารสองชั้น มีรูปทรงผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนากับชาเลย์ของสวิส มีการแกะสลักไม้ตามกาแล เชิงชายและขอบหน้าต่างเป็นลวดลายต่าง ๆ ฝีมือช่างชาวเหนือ
การเดินทาง : พระตำหนักดอยตุงอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 60 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 110 ไป 45 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1149 ไปประมาณ 15 กิโลเมตร สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถประจำทางสามารถใช้บริการรถสองแถวสีม่วงบริเวณปากทาง รถออกตั้งแต่ 07.00 น. มีรถออกทุก 20 นาที
เวลาเปิด-ปิด : เปิดดำเนินการทุกวัน (ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ตั้งอยู่บ้านตาเป็ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ประกอบด้วยโบราณสถานสำคัญคือ ปราสาทหินพนมรุ้ง ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 200 เมตร (คำว่า พนมรุ้ง หรือ วนํรุง เป็นภาษาเขมรแปลว่า ภูเขาใหญ่) โดยเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม ได้หันมานับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาในช่วงนั้น
สำหรับปราสาทพนมรุ้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ประกอบด้วยอาคารและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่ตั้งเรียงรายขึ้นไปจากลาดเขาทางขึ้นจนถึงปรางค์ประธานบนยอด อันเปรียบเสมือนวิมานที่ประทับของพระศิวะ บันไดทางขึ้นช่วงแรกทำเป็นตระพัง (สระน้ำ) สามชั้นผ่านขึ้นมาสู่พลับพลาชั้นแรก จากนั้นเป็นทางเดินซึ่งมีเสานางเรียงปักอยู่ที่ขอบทางทั้งสองข้างเป็นระยะ ๆ ถนนทางเดินนี้ ทอดไปสู่สะพานนาคราช ซึ่งเปรียบเสมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างดินแดนแห่งมนุษย์และสรวงสวรรค์ ด้านข้างของทางเดินทางทิศเหนือมีพลับพลาสร้างด้วยศิลาแลง 1 หลัง เรียกกันว่า โรงช้างเผือก สุดสะพานนาคราชเป็นบันไดทางขึ้นสู่ปราสาท ซึ่งทำเป็นชานพักเป็นระยะ ๆ รวม 5 ชั้น สุดบันไดเป็นชานชลาโล่งกว้าง ซึ่งมีทางนำไปสู่สะพานนาคราชหน้าประตูกลางของระเบียงคด อันเป็นเส้นทางหลักที่จะผ่านเข้าสู่ลานชั้นในของปราสาท และจากประตูนี้ยังมีสะพานนาคราชรับอยู่อีกช่วงหนึ่งก่อนถึงปรางค์ประธาน
ปรางค์ประธาน ตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของลานปราสาทชั้นใน มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมมณฑป คือ ห้องโถงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เชื่อมอยู่ทางด้านหน้าที่ส่วนประกอบของปรางค์ประธานตั้งแต่ฐานผนังด้านบนและด้านล่าง เสากรอบประตู เสาติดผนัง ทับหลัง หน้าบัน ซุ้มชั้นต่าง ๆ ตลอดจนกลีบขนุนปรางค์ล้วนสลักลวดลายประดับทั้งลวดลายงดงาม ที่ทับหลังและหน้าบันด้านหน้าปรางค์ประธาน ลักษณะของลวดลายและรายละเอียดอื่น ๆ ช่วยให้กำหนดได้ว่าปรางค์ประธานพร้อมด้วยบันไดทางขึ้นและสะพานนาคราชสร้างขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 17
ภายในลานชั้นในด้านตะวันตกเฉียงใต้ มีปรางค์ขนาดเล็ก 1 องค์ ไม่มีหลังคา จากหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฏ เช่น ภาพสลักที่หน้าบัน ทับหลัง บอกให้ทราบได้ว่าปรางค์องค์นี้สร้างขึ้นก่อนปรางค์ประธาน มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 16 นอกจากนี้ ยังมีฐานปรางค์ก่อด้วยอิฐซึ่งมีอายุเก่าลงไปอีก คือ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 อยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือขององค์ประธาน และที่มุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ก่อด้วยศิลาแลง มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 ร่วมสมัยกับพลับพลาที่สร้างด้วยศิลาแลงข้างทางเดินที่เรียกว่า “โรงช้างเผือก”
ทั้งนี้ ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 (นับแบบไทย) ของทุกปีจะเกิดปรากฏการณ์มหัศจรรย์ คือ แสงอาทิตย์จะทำมุมลอดทะลุประตูทั้ง 15 บานของปราสาทได้อย่างพอดี ชาวบ้านจะเดินเท้าขึ้นมาเพื่อชมความอลังการที่ผสานระหว่างธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างของบรรพชน โดยอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง โทรศัพท์ 0 4478 2715 เว็บไซต์ buriram.go.th และ ททท.สำนักงานสุรินทร์ โทรศัพท์ 0 4451 4447-8, 0 4451 8530 เว็บไซต์ tourismthailand.org
ขอบคุณข้อมูลจาก http://travel.kapook.com
วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558
10. สถานที่ท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่
2.วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ เป็นเจดีย์ใหญ่ที่สูงที่สุดของอาณาจักรล้านนา สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าแสนเมืองมากษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย (พ.ศ.1913-1954) ต่อมาพระยาติโลกราชโปรดให้ช่างขยายเจดีย์ให้สูงและกว้างกว่าเดิม แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2024 และอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐาน
3.วัดพระสิงห์วรวิหาร อยู่ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง พญาผายูกษัตริย์องค์ที่ 5 ในราชวงศ์เม็งรายโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดนี้ขึ้น ในปีพ.ศ. 1888 พร้อมทั้งสร้างพระเจดีย์สูง 24 ศอกองค์หนึ่ง เพื่อใช้เป็นที่บรรจุอัฐิของพญาคำฟู
4.สวนสัตว์เชียงใหม่ เป็นสวนสัตว์ขนาดใหญ่ได้รับการจัดสภาพอย่างดี บริเวณกว้างขวาง มีบรรยากาศร่มรื่น และมีสัตว์อยู่มากกว่า 2,000 ชนิด ทั้งที่มีอยู่ในเมืองไทยและนำเข้ามาจากต่างประเทศ
5.ถนนคนเดินท่าแพ เป็นสถานที่ชอปปิ้งสุดฮิตของเมืองเชียงใหม่ เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ภายในคูเมืองบริเวณถนนราชดำเนิน สินค้าที่นำออกมาวางขายมีมากมายทั้งสินค้าพื้นเมือง สินค้า OTOP
6.สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อส่งเสริมการปลูกพืชทดแทนฝิ่น ถ่ายทอดวิชาความรู้ทางด้านการเกษตรแผนใหม่อันจะเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้สูงขึ้น
7.ดอยอินทนนท์ เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดของแดนสยาม 2,565 เมตร จุดสิ้นสุดของทางหลวงหมายเลข 1009 มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี เป็นที่ตั้งสถานีเรดาร์ของกองทัพอากาศไทยและเป็นที่ประดิษฐานสถูปเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์สุดท้าย
8.พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ เป็นพระตำหนักประทับแปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2505 ตั้งอยู่บนดอยบวกห้า สามารถเดินชมโดยรอบตำหนักและบริเวณซึ่งมีแปลงกุหลาบ สวนเฟิร์น และไม้นานาพรรณ
9.บ้านม้งดอยปุย เป็นสถานที่หนึ่งที่เราประทับใจ เป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง (แม้ว) ดอยปุย บริเวณหมู่บ้านจำหน่ายของที่ระลึกจำนวนมากซึ่งมีทั้งที่ผลิตภายในหมู่บ้าน และนำจากที่อื่นมาวางจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยว
10.ถนนนิมมานเหมินทร์ ตั้งอยู่ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เป็นถนนสั้นๆ ความยาวไม่ถึงกิโลฯ แต่ถือว่าเป็นทำเลทองของการทำธุรกิจ เป็นแหล่งรวบรวมความทันสมัย หากจะเปรียบแล้วถนนนิมมานเหมินทร์ก็คงคล้ายกับถนนสุขุมวิทของกรุงเทพฯ นั่นเอง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






























